อารมณ์…พาหอบ!

อารมณ์…พาหอบ!

อารมณ์…พาหอบ!

โรคหอบที่เกิดจากอารมณ์ คือ การที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเร็วและลึกเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของค่าสารเคมีในเลือด ทำให้มีอาการผิดปกติทางร่างกายตามมา

ลักษณะอาการและสาเหตุ

  1. ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบและเร็ว
  2. ผู้ป่วยบ่นว่าหายใจลำบาก หน้ามืด เวียนศีรษะใจสั่น อาจมีอาการชาบริเวณรอบปากและนิ้วมือได้ ถ้าเป็นมากอาจพบอาการเกร็งและมือจีบได้
  3. อาการมักมีความสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล โดยก่อนเกิดอาการผู้ป่วยมักมีปัญหากดดันจิตใจอย่างเห็นได้ชัด เช่น ทะเลาะกับคนใกล้ชิดหรือคนที่ทำงาน หรือมีปัญหาการเรียน เป็นต้น

อาการดังกล่าวอาจคล้ายคลึงกับการหอบที่มีสาเหตุจากทางกาย เช่น โรคหอบหืด ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะกรดคั่งในเลือดจากเบาหวาน ผู้ป่วยจึงควรได้รับการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

แม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการรับมือและการแก้ไขความตึงเครียด รวมทั้งได้รับการดูแลด้านจิตใจเพื่อให้สามารถปรับตัวกับความเครียดได้

คำถามที่มักพบเกี่ยวกับโรคหอบทางอารมณ์

 

โรคนี้สามารถนำไปสู่โรคอื่นได้หรือไม่

  • ผู้ป่วยที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี จะไม่นำไปสู่โรคอื่นๆ ที่มีอันตรายร้ายแรง

 

ผู้ป่วยโรคหอบจากอารมณ์จำเป็นต้องพกบัตรประจำตัวผู้ป่วยหรือไม่ ?

  • การพกบัตรประจำตัวผู้ป่วยจะได้ประโยชน์ในแง่การได้รับความสะดวกเมื่อไปติดต่อกับทางโรงพยาบาล และในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการมากจนไม่สามารถให้ข้อมูลได้

ผู้ป่วยต้องนำอุปกรณ์ใดติดตัวไว้บ้าง ?

  • ผู้ป่วยที่สามารถฝึกหายใจให้ช้าลง โดยไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์ใดๆ แต่หากไม่สามารถใช้วิธีการดังกล่าวได้ อาจพกถุงกระดาษติดตัวเพื่อใช้เวลาเกิดอาการ

การฝึกการหายใจ

  • ให้ฝึกหายใจช้าๆ เป็นจังหวะ เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าจะมีอาการก็กลับมาหายใจช้าๆ อาการต่างๆ จะหายไปในเวลาไม่กี่นาที ในช่วงแรกของการฝึก บางคนจะรู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะยังหายใจเร็วอยู่หรือมัวแต่พะวงกับการหายใจเกินไป แต่เมื่อทำต่อไปเรื่อยๆ จะเริ่มคุ้นเคยกับการหายใจแบบนี้ อาการเครียดจะดีขึ้นอย่างชัดเจน

การฝึกหายใจช้า

  1. กลั้นหายใจนับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก)
  2. เมื่อนับถึง 5 แล้วให้หายใจออก พร้อมกับจินตนาการภาพตัวเองกำลังผ่อนคลาย
  3. หายใจเข้าและออกช้าๆ อย่างละประมาณ 3 วินาที ให้สังเกตว่าลมหายใจกระทบขอบในของจมูกขณะหายใจให้จินตนาการภาพตัวเองกำลังผ่อนคลายทุกครั้งที่หายใจออก (โดยรวม คือ หายใจเข้าออก 10 ครั้งต่อนาที)
  4. ทุก 1 นาที ให้หายใจเข้า แล้วกลั้นหายใจนับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก) แล้วหายใจออก หลังจากนั้นเริ่มหายใจเข้าออกช้าๆ (ทำเหมือนข้อ 3 และข้อ 4)